Fifa News » Football News » ย้อนดูรอยด่างพร้อยบอลไทยในซีเกมส์ – ตกรอบแรก 2 สมัยติด

ย้อนดูรอยด่างพร้อยบอลไทยในซีเกมส์ – ตกรอบแรก 2 สมัยติด

11 สิงหาคม 2017
21   0

ย้อนดูรอยด่างพร้อยบอลไทยในซีเกมส์ – ตกรอบแรก 2 สมัยติด

เหลืออีกไม่กี่วันกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว และสำหรับฟุตบอลเป้าหมายเดียวคือ ต้องคว้าเหรียญทองกลับมาไทยสถานเดียว โดยเฉพาะกับฟุตบอลชาย

ที่ผ่านมาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จที่สุด ในกีฬาซีเกมส์ ฟุตบอลเราได้แชมป์ 15 สมัยมากที่สุดกว่าชาติอื่น ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วง 20 ปีหลัง เราได้ทองทั้งหมด ยกเว้น ก็แค่ 2 ครั้งเท่านั้น คือปี 2009 และ 2011 ที่เราล้มเหลวชนิดที่ไม่มีใครอยากเชื่อ

ซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ปี 2009 (พ.ศ.2553) 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2553 กับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว ทีมชาติไทยที่พกดีกรีแชมป์ 8 สมัยติดต่อกัน อยู่ภายใต้การทำทีมของสตีฟ ดาร์บี้ โค้ชชาวอังกฤษ และมีซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นผู้ช่วยโค้ช พร้อมด้วยนักเตะดาวรุ่งชื่อดังในยุคนั้นมากมายไม่ว่าจะเป็น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน, สุทธินันท์ พุกหอม, เกียรติประวุฒิ สายแวว, ปิยะชาติ ถามะพันธ์, อดุล หละโสะ, คัพฟ้า บุญมาตุ่น, อนาวิน จูจีน, อาทิตย์ สุนทรพิธ, อภิภู สุนทรพนาเวศ, กีรติ เขียวสมบัติ และธีรศิลป์ แดงดา  พร้อมกับความหวังว่าแชมป์สมัยที่ 14 และสมัยที่ 9 ติดต่อกัน

แต่กลับเกิดเรื่องช็อค ณ กรุงเวียงจันทร์ หลังทีมชาติไทยตกแรกไปอย่างพลิกความคาดหมาย  ใครจะเชื่อว่าหากดูจากรายชื่อนักเตะชุดนั้นแล้วทีมชาติไทยจะตกรอบแรก ซึ่งเหตุหลักๆของการตกรอบครั้งนั้นคือ

1) เรื่องของระยะเวลาการเตรียมทีมที่มีเพียง 10 วันก่อนการแข่งขัน ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฟุตบอลลีกไทยกำลังบูมจนโปรแกรมการแข่งขันอัดเน่น ทำให้ทีมชาติไทยมีเวลาเก็บตัวก่อนทัวร์นาเมนท์ไม่ถึงสองสัปดาห์

2) ระเบียบวินัย และความเป็นมืออาชีพ จากความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา บวกนักเตะในชุดนั้นเต็มไปด้วยนักเตะชื่อดังทำให้อาจเกิดการชะล่าใจในการแข่งขันจนเป็นเหตุในการตกรอบครั้งนั้น

ผลงานของทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว นัดแรก เสมอ เวียดนาม 1-1, นัดสอง ชนะ กัมพูชา 4-0, นัดสาม ชนะ ติมอร์ เลสเต 9-0, นัดสี่ แพ้ มาเลเซีย 1-2

ซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ปี 2011 (พ.ศ.2555) 

ครั้งต่อมาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย จากความล้มเหลวในครั้งที่แล้ว ทีมชาติไทย ต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา ภายใต้ความกดดันและความคาดหวังจากแฟนบอลเช่นเคย ซึ่งทีมชุดนั้นคุมทีมโดย โค้ชเหม่ง ประพล พงษ์พานิช กุนซือผู้ล่วงลับ พร้อมด้วยนักเตะคลื่นลูกใหม่ที่ต้องการคว้าเหรียญทองกลับประเทศไทยอย่าง อุกฤษณ์ วงศ์มีมา, วีรวุฒิ กาเหย็ม, สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, นฤพล อารมณ์สวะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, รณชัย รังสิโย, อดิศักดิ์ ไกรษร และอรรถพงศ์ หนูพรหม

แต่กลับเกิดเรื่องช็อคซีเกมส์อีกครั้ง เมื่อทีมชุดนี้เจริญรอยตามชุดที่แล้วตกรอบแรกไปอีกหนึ่งครั้ง ซึ่งการตกรอบครั้งนี้มีหลายประเด็น

แต่เหตุผลหลักๆคือ 1) การเลือกตัวผู้เล่น ครั้งนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นตัวสำรองจากสโมสรใหญ่ไม่ค่อยมีโอกาสลงสนามมากนัก ทำให้ขาดความคุ้นเคยกับเกมที่เล่นกันจริงจัง
2) หลายคนมองว่าทีมชุดนี้มีแต่เด็กเส้น เพราะส่วนใหญ่เป็นเด็กในคาถาของโค้ชเหม่ง ประพล พงษ์พานิช

และ 3) คือความโชคร้ายระหว่างการแข่งขันหลัง วีระวุฒิ กาเหย็ม แบ็กซ้ายอาชีพเพียงคนเดียวของชุดนี้เกิดบ้านเจ็บระหว่างการแข่งขัน ขณะที่ธีราทร บุญมาทัน ที่เพิ่งโดนใบแดงมาจากทีมชุดใหญ่ ก่อนบินตรงมาช่วยทีมชุดนี้ก็ถูกไล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 12 ในเกมกับอินโดนีเซีย ก่อนแพ้ไปในที่สุดในเกมดังกล่าว

ผลงานของทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย นัดแรก แพ้ มาเลเซีย 1-2, นัดสอง ชนะ กัมพูชา 4-0, นัดที่สาม แพ้ อินโดนีเซีย 1-3, นัดสี่ แพ้ สิงคโปร์ 0-2

นี่คือสองครั้งที่ทีมชาติไทยตกรอบแรกแบบไม่น่าจะเชื่อ และน่าจะเป็นบทเรียนสำหรับการแข่งขันครั้งนี้

เพราะทีมชุดนี้มีอะไรหลายๆอย่างเหมือนกับสองครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสบการณ์ของนักเตะที่มีนักเตะหน้าใหม่หลายคนที่ได้แข่งซีเกมส์เป็นครั้งแรก  อีกทั้งหลายคนยังไม่ได้เป็นตัวหลักของสโมสรอย่างต่อเนื่อง

คงต้องมาติดตามผลงานของทีมชุดนี้กันว่า จะลบคำสบประมาท และไปถึงเหรียญทองตามที่ชาวไทยคาดหวังได้หรือไม่

เวลาที่เซอร์เวอร์ : 08:05:27 น.
บอท 5 ตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ
Google ( 66.249.71.78 ) วันนี้ เวลา 08.04 น.
Google ( 66.249.71.76 ) วันนี้ เวลา 08.03 น.
Google ( 66.249.71.76 ) วันนี้ เวลา 08.03 น.
Google ( 66.249.73.223 ) วันนี้ เวลา 08.03 น.
Google ( 66.249.73.222 ) วันนี้ เวลา 08.03 น.